Saturday, February 14, 2026

สสส. ไม่ได้ส่งอีเมลขอเชิญคนไทยร่วมแสดงความคิดเห็น

 https://cofact.org/article/1w24emvkbf4nn

มีการเผยแพร่ประกาศเตือนภัยเรื่องการแอบอ้างชื่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยระบุว่าพบผู้ไม่หวังดีส่งอีเมลหัวข้อ “สสส.ขอเชิญคนไทยร่วมแสดงความคิดเห็น” พร้อมแนบลิงก์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก 

สสส. ชี้แจงว่า หน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้ส่งอีเมลดังกล่าวไปยังบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ทั้งสิ้น 

การกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่ายหลอกลวงหรือฟิชชิงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว 

หน่วยงานแนะนำว่า หากได้รับอีเมลลักษณะนี้ ไม่ควรกดลิงก์ ไม่ดาวน์โหลดไฟล์แนบ และไม่ควรให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน พร้อมทั้งขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการของ สสส. เท่านั้น และสามารถแจ้งเรื่องเพื่อตรวจสอบกับหน่วยงานได้โดยตรง

มหาเถรฯ ไฟเขียว! กฎใหม่จัดการ "พระเสพเมถุน" ปาราชิกใน 10 วัน

 https://cofact.org/article/2m2ez1yzmde59


จากข่าวที่เว็บไซต์ www.ejan.co เผยแพร่เกี่ยวกับมติมหาเถรสมาคมเห็นชอบแก้ไขกฎสงฆ์ เพื่อให้การดำเนินการกับพระภิกษุที่กระทำผิดร้ายแรงถึงขั้นปาราชิกเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้นนั้น 

การตรวจสอบพบว่า ข้อมูลนี้เป็น "ข่าวจริง" และมีความสอดคล้องกับแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหลักการของมหาเถรสมาคม เป็นการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าสำคัญในการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้อ้างอิงข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเอกสารการลงนามของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รวมถึงคำชี้แจงจากศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม

อุบลฯ สื่อดี ภายใต้อีสานโคแฟค ได้มีการตรวจสอบโดยการสืบค้นจากเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมถึงสำนักข่าวหลักที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีรายงานมติสำคัญของมหาเถรสมาคม และการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจของมหาเถรสมาคมตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

สรุปข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ พบว่า ข้อมูลที่ว่ามหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมกฎมหาเถรสมาคม 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม และ ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สอดคล้องกับการรายงานข่าวของสื่อหลักหลายสำนักและแถลงการณ์อย่างไม่เป็นทางการของบุคคลที่เกี่ยวข้อง สาระสำคัญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมคือ หากมีหลักฐานชัดเจนว่าพระภิกษุกระทำความผิดถึงขั้นปาราชิก (เช่น เสพเมถุนธรรม) หรือความผิดร้ายแรงอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อคณะสงฆ์ ผู้มีหน้าที่และอำนาจต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 10 วัน ข้อมูลนี้ตรงกับเนื้อหาในข่าว การยอมรับพยานหลักฐานจากยุคสมัยใหม่ เช่น คลิปวิดีโอ หรือข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อกลั่นแกล้ง เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกเพิ่มเติม เพื่อให้กระบวนการพิจารณารวดเร็วขึ้น ในส่วนข้อมูลที่ระบุว่าหากพระภิกษุไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้สละสมณเพศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสามารถประสานขอกำลังและอารักขาจากฝ่ายบ้านเมืองเพื่อดำเนินการได้ เป็นความจริง และเป็นการให้อำนาจแก่สำนักพุทธฯ ในการบังคับใช้มติสงฆ์ให้มีผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ข่าวยังคงย้ำหลักการสำคัญว่าการวินิจฉัยอธิกรณ์และการลงนิคหกรรมยังคงเป็นเรื่องที่คณะสงฆ์ดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่รัฐต้องเอื้อเฟื้อสนับสนุน ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ แหล่งอ้างอิง ที่สอดคล้องกับข้อมูลสำนักข่าวหลัก เช่น ไทยรัฐ, มติชน, ผู้จัดการออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจ และเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ)

ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของคณะสงฆ์ในการจัดการปัญหาให้สอดรับกับยุคสมัยและความคาดหวังของสังคม ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าของกฎมหาเถรสมาคมฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อมีการประกาศลงในหนังสือแถลงการณ์คณะสงฆ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงในวันถัดจากวันประกาศ

โฆษกกรมกิจการผู้สูงอายุ เตือน อย่าหลงเชื่อข่าว แจกเงินหมื่น ให้ทายาทผู้สูงอายุที่เสียชีวิต https://www.dop.go.th/th/news/1/5575

  โฆษกกรมกิจการผู้สูงอายุ เตือน อย่าหลงเชื่อข่าว แจกเงินหมื่น ให้ทายาทผู้สูงอายุที่เสียชีวิต https://www.dop.go.th/th/news/1/5575  วันที่ 4...