https://cofact.org/article/1y48jw88khkyv
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ออกมาเตือนผู้ปกครองอย่าหลงเชื่อการโฆษณาตรวจยีนเพื่อหาพรสวรรค์เด็ก โดยระบุว่าไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับในเชิงการทำนายพรสวรรค์
https://cofact.org/article/1y48jw88khkyv
https://cofact.org/article/286yocajvvly7
ช่วงต้นเดือน ม.ค. 2569 มีการเผยแพร่โพสต์บนเฟซบุ๊กอ้างถึง “พินัยกรรมที่พิศดารที่สุดแห่งศตวรรษ” ของ ... พร้อมภาพงานศพและโลโก้ไทยรัฐทีวี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อกดลิงก์จะเข้าสู่เว็บไซต์ที่จัดหน้าเลียนแบบไทยรัฐออนไลน์ โดยอ้างว่าพินัยกรรมระบุเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาทจากแพลตฟอร์มดิจิทัล และมี ดร. ... เป็นทนายดูแลมรดก
ต่อมาดร. ... ออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง และเป็นเรื่องที่มิจฉาชีพปลอมขึ้นเพื่อหลอกให้ลงทุน
ไทยรัฐเองก็ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่แอบอ้างชื่อและรูปแบบการนำเสนอ
ลักษณะการหลอกลวงเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง โดยการทำเว็บไซต์ปลอมเลียนแบบสำนักข่าว แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงและสื่อดัง เป็นเครื่องมือชักจูงให้กดลิงก์ลงทุน
https://cofact.org/article/1u5lhm0cdg0th
กรณีมีการแชร์คำกล่าวอ้างนโยบายว่า “นโยบายชายไทยจู๋ยาว ทำให้มีลูกง่าย ทำอวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้น ช่วยให้มีลูกง่ายขึ้น” จากการให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองรายหนึ่ง โดยอธิบายว่าอวัยวะเพศที่ยาวขึ้นจะช่วยให้อสุจิเดินทางสั้นลงและตั้งครรภ์ง่ายขึ้น ประเด็นนี้ถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์
ตรวจสอบข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา พบว่าไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับคำกล่าวอ้างดังกล่าว
โอกาสการมีบุตรขึ้นอยู่กับคุณภาพอสุจิ สุขภาพร่างกาย และจังหวะการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ได้ขึ้นกับขนาดหรือความยาวของอวัยวะเพศ
งานวิจัยต่างประเทศยืนยันว่าขนาดอวัยวะเพศไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้มีบุตรยากกับผู้มีบุตรได้ตามปกติ ยกเว้นกรณีภาวะผิดปกติที่พบได้น้อยมาก ดังนั้นการเพิ่มความยาวอวัยวะเพศจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาการมีบุตรยาก
https://cofact.org/article/32sn3q1m1tkks
ธนาคารกรุงไทย ยืนยัน โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่มีการส่ง SMS แนบลิงก์ให้ประชาชนกรอกข้อมูลลงทะเบียนแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ และอย่ากดลงทะเบียนผ่านลิงก์ดังกล่าว
โครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น
https://cofact.org/article/1elkaf7e3eait
ตามที่มีการเผยแพร่โดยเพจ "Travel *** ****" ซึ่งกล่าวถึง "โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ 8 ประเทศ" (ญี่ปุ่น, เกาหลี, เวียดนาม, สิงคโปร์, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ไทย) พร้อมกับการชวนให้คลิกลิงก์เพื่อร่วมลุ้นนั้น
การตรวจสอบพบว่า ข้อมูลนี้เป็น "ข่าวปลอม" และมีเจตนาหลอกลวงหรือชักชวนให้เข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยข้อมูลโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ 8 ประเทศตามรายชื่อที่ระบุมา ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือกรมการท่องเที่ยว
การชักชวนให้คลิกปุ่มหรือลิงก์แปลก ๆ เพื่อลุ้นรับรางวัลหรือลงทะเบียน เป็นกลวิธีมาตรฐานของมิจฉาชีพเพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว (Phishing) หรือนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลลักษณะนี้หลายครั้งว่า เป็นข่าวปลอม ที่แอบอ้างชื่อกรมการท่องเที่ยวเพื่อชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมและกดลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้ง กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism): ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจหรือกิจกรรมดังกล่าว และแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือลงทะเบียนใด ๆ กับเพจเฟซบุ๊กที่น่าสงสัย
หากได้รับแจ้งการแจกรางวัลหรือการลุ้นโชคในลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานว่าเป็นกลโกง ห้ามคลิก ที่ลิงก์ใด ๆ เด็ดขาด หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือข้อมูลทางการเงินลงในเว็บไซต์ที่มีลักษณะน่าสงสัย
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการของรัฐบาลหรือหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ให้ตรวจสอบข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้น ๆ เท่านั้น เช่น กรมการท่องเที่ยว หรือ ททท.
https://cofact.org/article/1w24emvkbf4nn
มีการเผยแพร่ประกาศเตือนภัยเรื่องการแอบอ้างชื่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยระบุว่าพบผู้ไม่หวังดีส่งอีเมลหัวข้อ “สสส.ขอเชิญคนไทยร่วมแสดงความคิดเห็น” พร้อมแนบลิงก์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก
สสส. ชี้แจงว่า หน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้ส่งอีเมลดังกล่าวไปยังบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ทั้งสิ้น
การกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่ายหลอกลวงหรือฟิชชิงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว
หน่วยงานแนะนำว่า หากได้รับอีเมลลักษณะนี้ ไม่ควรกดลิงก์ ไม่ดาวน์โหลดไฟล์แนบ และไม่ควรให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน พร้อมทั้งขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการของ สสส. เท่านั้น และสามารถแจ้งเรื่องเพื่อตรวจสอบกับหน่วยงานได้โดยตรง
https://cofact.org/article/2m2ez1yzmde59
Some people who opposing the new Thai law allowing the import of vintage cars commented that he/she/they disagree with the imports because they are adding more wastes to the country. This is extremely insulting. And it's very idiot! Who would import cars that are both worthless and unusable?
Vintage cars also have much less of electronic waste than EVs.
The most of reasons from them seem nonsense or not much agreeable too.
They shouldn't meddle in other people's tastes and money.
The only ONE reason h0ngcom agreed with them is: to buy them, a lot of money are sent out of Thailand.
Most vintage cars (by the new law) are likely found in the Western countries and/or Japan. Are the opposers siding with China? The summary of the public consultation did not specify about that, but h0ngcom think it is likely to, other than environmental-woke people and anti-cars / anti-ICE-cars.
Some few countries are banning (or planned to banning) ICE car imports. Thailand should NOT follow them at all.
Thai wealthy people usually are conservatives. So they should imports them before the liberal party wins. The liberal government, pro-EV, may cancel the policy.
This short article is really wrote by h0ngcom/h0ngnet. Copyleft. Public Domain. CC Zero. WTFPL. Kopimi.
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdqB_O_OGViti_JspL7C6QcTXi_9TaEZgCAjoqojfDBdN_t2w/viewform
แบบสอบถามความคิดเห็น การจัดการแข่งขันรถยนต์ Formula One (F1) ในประเทศไทย
แบบสอบถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “งานจ้างที่ปรึกษาดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์
Formula One (F1)” โดยแบ่งออกเป็น 3
ส่วน ประกอบไปด้วย
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นต่อการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์ Formula One
ส่วนที่ 3 ความคิดเห็นเพิ่มเติมและข้อเสนอแนะอื่นๆ
แนวทางการจัดการแข่งขันรถยนต์ Formula One (F1) ในประเทศไทย
ชื่อโครงการ: Formula one (F1) Thailand Grand Prix 2028
วัตถุประสงค์และผลลัพธ์
- เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ
- เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการเป็นศูนย์กลางในการจัดการแข่งขันกีฬาของโลก
- เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
- เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างเสริมประสบการณ์ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกีฬายานยนต์
สถานที่ที่มีศักยภาพในการจัดการแข่งขัน
พื้นที่บริเวณจตุจักร มีระยะทางรวม 5.732 กิโลเมตร เป็นรูปแบบการแข่งขันแบบตามเข็มนาฬิกา
ประกอบด้วย 8 พื้นที่หลัก คือ
1) พื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
2) พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
3) พื้นที่ตลาดนัดจตุจักร
4) พื้นที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
5) พื้นที่สวนจตุจักร
6) พื้นที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
7) พื้นที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน)
8) พื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (บ้านพักรถไฟ)
ช่วงเวลาการจัดงานแข่งขัน:
คาดการณ์ในช่วงปี พ.ศ. 2571-2575 จัดแข่งทั้งสิ้น 5 ปี และใช้เวลาแข่งขัน 3 วันต่อปี ซึ่งตรงกับวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ของเดือนมีนาคมหรือเดือนกันยายน
ตัวอย่างผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:
- การปิดการจราจรบางส่วน ในช่วงการก่อสร้าง (การจัดทำสนามแข่งขันตามผังแม่บทจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี โดยดำเนินการทีละส่วน) และช่วงการเตรียมการจัดงานถึงช่วงจัดงาน (ประมาณ 1 เดือน) โดยคาดการณ์ถนนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่และโดยรอบ เช่น ถ.กำแพงเพชร 2-6 ถ.พหลโยธิน ถ.เทิดดำริ ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรในบางจุด
- การปิดพื้นที่สวนสาธารณะ 3 สวน ในบางส่วน ในช่วงการก่อสร้าง และช่วงเตรียมการจัดงานถึงช่วงจัดงาน ทำให้พื้นที่บางจุดไม่สามารถใช้งานได้ในบริเวณเดิม
- การปรับเปลี่ยนพื้นที่จุดรอรถโดยสารและการปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถบางจุด เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่สนามแข่งขัน
- ความสะดวกของผู้ค้าและนักท่องเที่ยวในตลาดนัดจตุจักร ในช่วงการก่อสร้าง และช่วงเตรียมการจัดงานถึงช่วงจัดงาน (ในวันจัดงานแข่งขันจะเปิดตลาดตามปกติ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก)
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdqB_O_OGViti_JspL7C6QcTXi_9TaEZgCAjoqojfDBdN_t2w/viewform
.
โฆษกกรมกิจการผู้สูงอายุ เตือน อย่าหลงเชื่อข่าว แจกเงินหมื่น ให้ทายาทผู้สูงอายุที่เสียชีวิต https://www.dop.go.th/th/news/1/5575 วันที่ 4...