Thursday, February 19, 2026

เพื่อนบ้านอสม.NEWS : แจ้งเกี่ยวกับ ฌาปนกิจที่มีคำสั่งเลิก ซึ่งไม่ใช่สมาคม ฌกส.อสม.แห่งประเทศไทย

The Hidden Costs of Cheap Chinese Cars








It's not just in the UK! 

Thailand faces the very same problems, such as Chinese cars are unreliable, and also shortages of spare parts or excessively long waiting times. 

The Chinese EV craps are also make EVs looks bad in general then people don't want EVs.

No wonder why Toyota Honda Isuzu are Gods here.

--h0ngcom.

ไม่ใช่แค่ในเกาะอังกฤษเท่านั้นที่มีปัญหารถจีนแดงห่วยและรออะไหล่นานมาก ๆ ไทยเราก็มีปัญหานี้เช่นกัน หลายคนปฏิญาณตนแล้วว่าไม่เอารถอีวีตลอดชีวิต ก็เพราะอีวีจีนแดงมันห่วยแบบนี้ไง ทำลายภาพลักษณ์อีวีในภาพรวม

Wednesday, February 18, 2026

ดูซีรีส์ในโทรศัพท์เสี่ยงถูกดูดเงิน

 https://cofact.org/article/3dl9o11e5f2gs

ดูซีรีส์แนวตั้ง เสี่ยงโดนมิจฉาชีพหลอกดูดเงิน

เตือนภัยซีรีส์แนวตั้งอันตราย


ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย “ซีรีส์แนวตั้ง” อาจถูกมิจฉาชีพใช้เป็นกลอุบาย หลอกให้กดลิงก์ดูตอนต่อไปหรืออ้างว่าดูแล้วได้เงินจริง

ซึ่งเมื่อกดลิงก์ อาจเป็นการเข้าเว็บไซต์ปลอม หลอกติดตั้งแอปที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและการเงิน (แอปปลอม, แอปดูดเงิน) เสี่ยงเงินในบัญชีสูญหาย

หรือเว็บมิจฉาชีพอาจมีกลวิธีอื่น เช่น หลอกลวงให้เข้าร่วมกิจกรรม, หลอกลวงลงทุน

ดูคลิปแล้วได้เงินไม่มีจริง

ใครจะลงทุนจ่าย จ้างคนดูแพงๆ เพื่อการปั่นยอดวิวขนาดนั้น



ควรเลือกชมจาก platform ของแท้ คือ แอปแท้ หรือเว็บดูวิดีโอเว็บจริง ที่มีความน่าเชื่อถือ 

รวมถึงไม่กดเข้าไปในโฆษณา เพราะอาจเป็นโฆษณาเว็บปลอม โฆษณาของมิจฉาชีพ

Tuesday, February 17, 2026

พรสวรรค์ไม่จำเป็นต้องตรงตามยีนที่ตรวจพบเสมอไป

 https://cofact.org/article/1y48jw88khkyv


สวรส. เตือนอย่าเชื่อ! ตรวจยีนหาพรสวรรค์เด็ก ชี้ “ไม่จริง” ไร้งานวิจัยรองรับ

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ออกมาเตือนผู้ปกครองอย่าหลงเชื่อการโฆษณาตรวจยีนเพื่อหาพรสวรรค์เด็ก โดยระบุว่าไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับในเชิงการทำนายพรสวรรค์ 

ผอ.สวรส. อธิบายว่า ยีนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ไม่สามารถชี้ขาดความสามารถหรือความสำเร็จในอนาคตได้ ยกตัวอย่างกรณีการศึกษาทางพันธุกรรมของ Ludwig van Beethoven ที่พบว่าคะแนนพันธุกรรมด้านดนตรีแย่กว่าของคนทั่วไป ทั้งที่เป็นคีตกวีเอกของโลก 

พร้อมชี้ว่า สิ่งแวดล้อม การฝึกฝน และการเรียนรู้ มีบทบาทสำคัญกว่าพันธุกรรม 

นอกจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบคลินิกที่โฆษณาลักษณะดังกล่าว เพราะอาจเข้าข่ายให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนและเอาเปรียบผู้บริโภค

Saturday, February 14, 2026

"พินัยกรรมที่พิสดารที่สุดแห่งศตวรรษ" ไม่ได้มีอยู่จริง

 https://cofact.org/article/286yocajvvly7

ช่วงต้นเดือน ม.ค. 2569 มีการเผยแพร่โพสต์บนเฟซบุ๊กอ้างถึง “พินัยกรรมที่พิศดารที่สุดแห่งศตวรรษ” ของ ...  พร้อมภาพงานศพและโลโก้ไทยรัฐทีวี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อกดลิงก์จะเข้าสู่เว็บไซต์ที่จัดหน้าเลียนแบบไทยรัฐออนไลน์ โดยอ้างว่าพินัยกรรมระบุเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาทจากแพลตฟอร์มดิจิทัล และมี ดร. ... เป็นทนายดูแลมรดก 

ต่อมาดร. ... ออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง และเป็นเรื่องที่มิจฉาชีพปลอมขึ้นเพื่อหลอกให้ลงทุน 

ไทยรัฐเองก็ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่แอบอ้างชื่อและรูปแบบการนำเสนอ 

ลักษณะการหลอกลวงเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง โดยการทำเว็บไซต์ปลอมเลียนแบบสำนักข่าว แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงและสื่อดัง เป็นเครื่องมือชักจูงให้กดลิงก์ลงทุน

โอกาสการมีบุตรไม่ได้ขึ้นกับขนาดหรือความยาวของอวัยวะเพศชาย

 https://cofact.org/article/1u5lhm0cdg0th

กรณีมีการแชร์คำกล่าวอ้างนโยบายว่า “นโยบายชายไทยจู๋ยาว ทำให้มีลูกง่าย ทำอวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้น ช่วยให้มีลูกง่ายขึ้น” จากการให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองรายหนึ่ง โดยอธิบายว่าอวัยวะเพศที่ยาวขึ้นจะช่วยให้อสุจิเดินทางสั้นลงและตั้งครรภ์ง่ายขึ้น ประเด็นนี้ถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ 

ตรวจสอบข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา พบว่าไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับคำกล่าวอ้างดังกล่าว 

โอกาสการมีบุตรขึ้นอยู่กับคุณภาพอสุจิ สุขภาพร่างกาย และจังหวะการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ได้ขึ้นกับขนาดหรือความยาวของอวัยวะเพศ 

งานวิจัยต่างประเทศยืนยันว่าขนาดอวัยวะเพศไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้มีบุตรยากกับผู้มีบุตรได้ตามปกติ ยกเว้นกรณีภาวะผิดปกติที่พบได้น้อยมาก ดังนั้นการเพิ่มความยาวอวัยวะเพศจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาการมีบุตรยาก

กรุงไทยไม่ได้ส่ง SMS แนบลิงก์ให้กรอกข้อมูลลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

 https://cofact.org/article/32sn3q1m1tkks


ธนาคารกรุงไทย ยืนยัน โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่มีการส่ง SMS แนบลิงก์ให้ประชาชนกรอกข้อมูลลงทะเบียนแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ และอย่ากดลงทะเบียนผ่านลิงก์ดังกล่าว

โครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น

"โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ 8 ประเทศ" ไม่มีอยู่จริง แอบอ้างชื่อหน่วยงานรัฐ ล่อให้กดลิงก์

 https://cofact.org/article/1elkaf7e3eait

ตามที่มีการเผยแพร่โดยเพจ "Travel *** ****" ซึ่งกล่าวถึง "โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ 8 ประเทศ" (ญี่ปุ่น, เกาหลี, เวียดนาม, สิงคโปร์, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ไทย) พร้อมกับการชวนให้คลิกลิงก์เพื่อร่วมลุ้นนั้น

การตรวจสอบพบว่า ข้อมูลนี้เป็น "ข่าวปลอม" และมีเจตนาหลอกลวงหรือชักชวนให้เข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยข้อมูลโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ 8 ประเทศตามรายชื่อที่ระบุมา ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือกรมการท่องเที่ยว

การชักชวนให้คลิกปุ่มหรือลิงก์แปลก ๆ เพื่อลุ้นรับรางวัลหรือลงทะเบียน เป็นกลวิธีมาตรฐานของมิจฉาชีพเพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว (Phishing) หรือนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลลักษณะนี้หลายครั้งว่า เป็นข่าวปลอม ที่แอบอ้างชื่อกรมการท่องเที่ยวเพื่อชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมและกดลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้ง กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism): ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจหรือกิจกรรมดังกล่าว และแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือลงทะเบียนใด ๆ กับเพจเฟซบุ๊กที่น่าสงสัย

หากได้รับแจ้งการแจกรางวัลหรือการลุ้นโชคในลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานว่าเป็นกลโกง ห้ามคลิก ที่ลิงก์ใด ๆ เด็ดขาด หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือข้อมูลทางการเงินลงในเว็บไซต์ที่มีลักษณะน่าสงสัย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการของรัฐบาลหรือหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ให้ตรวจสอบข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้น ๆ เท่านั้น เช่น กรมการท่องเที่ยว หรือ ททท.

สสส. ไม่ได้ส่งอีเมลขอเชิญคนไทยร่วมแสดงความคิดเห็น

 https://cofact.org/article/1w24emvkbf4nn

มีการเผยแพร่ประกาศเตือนภัยเรื่องการแอบอ้างชื่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยระบุว่าพบผู้ไม่หวังดีส่งอีเมลหัวข้อ “สสส.ขอเชิญคนไทยร่วมแสดงความคิดเห็น” พร้อมแนบลิงก์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก 

สสส. ชี้แจงว่า หน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้ส่งอีเมลดังกล่าวไปยังบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ทั้งสิ้น 

การกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่ายหลอกลวงหรือฟิชชิงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว 

หน่วยงานแนะนำว่า หากได้รับอีเมลลักษณะนี้ ไม่ควรกดลิงก์ ไม่ดาวน์โหลดไฟล์แนบ และไม่ควรให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน พร้อมทั้งขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการของ สสส. เท่านั้น และสามารถแจ้งเรื่องเพื่อตรวจสอบกับหน่วยงานได้โดยตรง

มหาเถรฯ ไฟเขียว! กฎใหม่จัดการ "พระเสพเมถุน" ปาราชิกใน 10 วัน

 https://cofact.org/article/2m2ez1yzmde59


จากข่าวที่เว็บไซต์ www.ejan.co เผยแพร่เกี่ยวกับมติมหาเถรสมาคมเห็นชอบแก้ไขกฎสงฆ์ เพื่อให้การดำเนินการกับพระภิกษุที่กระทำผิดร้ายแรงถึงขั้นปาราชิกเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้นนั้น 

การตรวจสอบพบว่า ข้อมูลนี้เป็น "ข่าวจริง" และมีความสอดคล้องกับแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหลักการของมหาเถรสมาคม เป็นการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าสำคัญในการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้อ้างอิงข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเอกสารการลงนามของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รวมถึงคำชี้แจงจากศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม

อุบลฯ สื่อดี ภายใต้อีสานโคแฟค ได้มีการตรวจสอบโดยการสืบค้นจากเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมถึงสำนักข่าวหลักที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีรายงานมติสำคัญของมหาเถรสมาคม และการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจของมหาเถรสมาคมตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

สรุปข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ พบว่า ข้อมูลที่ว่ามหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมกฎมหาเถรสมาคม 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม และ ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สอดคล้องกับการรายงานข่าวของสื่อหลักหลายสำนักและแถลงการณ์อย่างไม่เป็นทางการของบุคคลที่เกี่ยวข้อง สาระสำคัญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมคือ หากมีหลักฐานชัดเจนว่าพระภิกษุกระทำความผิดถึงขั้นปาราชิก (เช่น เสพเมถุนธรรม) หรือความผิดร้ายแรงอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อคณะสงฆ์ ผู้มีหน้าที่และอำนาจต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 10 วัน ข้อมูลนี้ตรงกับเนื้อหาในข่าว การยอมรับพยานหลักฐานจากยุคสมัยใหม่ เช่น คลิปวิดีโอ หรือข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อกลั่นแกล้ง เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกเพิ่มเติม เพื่อให้กระบวนการพิจารณารวดเร็วขึ้น ในส่วนข้อมูลที่ระบุว่าหากพระภิกษุไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้สละสมณเพศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสามารถประสานขอกำลังและอารักขาจากฝ่ายบ้านเมืองเพื่อดำเนินการได้ เป็นความจริง และเป็นการให้อำนาจแก่สำนักพุทธฯ ในการบังคับใช้มติสงฆ์ให้มีผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ข่าวยังคงย้ำหลักการสำคัญว่าการวินิจฉัยอธิกรณ์และการลงนิคหกรรมยังคงเป็นเรื่องที่คณะสงฆ์ดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่รัฐต้องเอื้อเฟื้อสนับสนุน ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ แหล่งอ้างอิง ที่สอดคล้องกับข้อมูลสำนักข่าวหลัก เช่น ไทยรัฐ, มติชน, ผู้จัดการออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจ และเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ)

ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของคณะสงฆ์ในการจัดการปัญหาให้สอดรับกับยุคสมัยและความคาดหวังของสังคม ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าของกฎมหาเถรสมาคมฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อมีการประกาศลงในหนังสือแถลงการณ์คณะสงฆ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงในวันถัดจากวันประกาศ

โฆษกกรมกิจการผู้สูงอายุ เตือน อย่าหลงเชื่อข่าว แจกเงินหมื่น ให้ทายาทผู้สูงอายุที่เสียชีวิต https://www.dop.go.th/th/news/1/5575

  โฆษกกรมกิจการผู้สูงอายุ เตือน อย่าหลงเชื่อข่าว แจกเงินหมื่น ให้ทายาทผู้สูงอายุที่เสียชีวิต https://www.dop.go.th/th/news/1/5575  วันที่ 4...